Development Loop คือวงจรห้าขั้นของชุด skill Superpowers ที่พาไอเดียในหัว ไปถึงระบบที่พนักงานใช้จริง
สำหรับคนที่ไม่เขียนโค้ด แต่กำลังจะสร้าง micro-ERP ของบริษัทเอง
AI ทำตามที่คุณพิมพ์ ไม่ได้ทำตามที่คุณคิด ช่องว่างตรงนั้นคือที่มาของงานที่ต้องรื้อ วงจรนี้มีไว้ปิดช่องว่างก่อนเสียเวลา
"ทำระบบสต็อกให้หน่อย" เป็นประโยคที่สั้นเกินกว่าจะตีความได้ทางเดียว AI จึงเดา แล้วเดินยาวไปบนสิ่งที่เดาผิด
skill คือคู่มือการทำงานที่เขียนไว้ล่วงหน้า ให้ AI อ่านก่อนลงมือ ไม่ใช่โปรแกรมใหม่ และไม่ใช่ AI ตัวใหม่
/superpowers:brainstorming แล้ว AI จะเปิดคู่มือเล่มนั้นขึ้นมาอ่าน แล้วทำตามขั้นตอนในนั้นแทนที่จะเดาเองskills/ ของชุดนี้ ถ้าวันหนึ่งขั้นตอนไหนไม่เข้ากับบริษัทคุณ ก็แก้เล่มนั้นได้/superpowers: เสมอ ติดตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ได้ทุกโปรเจ็คบนเครื่องคุณ ไม่ต้องติดตั้งใหม่ต่อโปรเจ็ค# ติดตั้งชุด skill · ทำครั้งเดียว /plugin install \ superpowers@claude-plugins-official # ลืมว่ามีอะไรบ้าง ให้ถามแผนที่ /superpowers:using-superpowers # ชื่อยาว แต่พิมพ์แค่สองสามตัวอักษร # แล้วกด Tab ให้มันเติมให้ /sup⇥
อ่านจากซ้ายไปขวา แต่ละกล่องคือคำสั่งหนึ่งคำ และของที่ต้องได้ออกมาหนึ่งชิ้น ขั้นที่สามกับสี่วนซ้ำจนครบทุกงานในแผน
ทุกคำสั่งขึ้นต้นด้วย /superpowers: เหมือนกันหมด จำแค่ห้าชื่อท้าย บทถัดไปลงรายละเอียดทีละขั้นว่าคุณต้องทำอะไร และ AI จะส่งอะไรกลับมา
ทีละขั้น ว่าคุณต้องพิมพ์อะไร AI จะทำอะไร และของที่ได้ออกมาหน้าตาเป็นยังไง ถ้าของชิ้นนั้นยังไม่มี แปลว่ายังข้ามไปขั้นต่อไปไม่ได้ ทุกชื่อข้างล่างนี้เติม /superpowers: ข้างหน้าเสมอ
คุณเป็นฝ่ายถูกสัมภาษณ์ ไม่ใช่ฝ่ายสั่ง มันยิงคำถามทีละข้อจนไม่เหลือจุดที่ต้องเดา แล้วปิดท้ายด้วยการเขียนสเปกให้เอง
docs/specs/ ที่ถูก commit ไว้แล้ว ถ้ายังไม่มีไฟล์นี้ แปลว่ายังคุยไม่จบ# เปิดในโฟลเดอร์โปรเจ็ค แล้วพิมพ์ /superpowers:brainstorming "อยากทำระบบเบิกของจากคลัง ให้พนักงานหน้างานกดเบิกเองได้" # จากนั้นมันจะเริ่มถามกลับ เช่น # ใครอนุมัติการเบิก # เบิกเกินสต็อกได้ไหม # ของที่เบิกแล้วคืนได้หรือเปล่า
ประโยคแรกที่มันตอบกลับคือชื่อเส้นทาง ฟังให้ดี เพราะถ้าเลือกผิด คุณแก้คำเดียวจบ ปล่อยไว้คืองานรื้อ
# เส้นทาง architectural จะได้ไฟล์นี้ docs/specs/ 2026-09-22-คลังสินค้า-design.md # มันจะขอให้คุณอ่านก่อนไปต่อ "อ่านสเปกแล้วบอกได้เลยว่า อยากแก้ตรงไหนก่อนเริ่มทำแผน"
ในไฟล์สเปกมีสี่อย่างนี้
สเปกหนึ่งใบใหญ่เกินกว่าจะทำรวดเดียว ขั้นนี้ซอยออกเป็นงานย่อย แต่ซอยแบบ "กระสุนส่องวิถี" ไม่ใช่ซอยตามชั้นของระบบ
# ยังอยู่ในบทสนทนาเดิม ห้ามล้าง /superpowers:writing-plans # ตัวอย่างแผนที่ได้ 1. ตารางสินค้า + หน้าเพิ่มสินค้า 2. หน้ารายการสินค้า + ค้นหา ต้องทำหลัง: 1 3. บันทึกรับเข้า · ตัดสต็อก ต้องทำหลัง: 1 4. รายงานยอดคงเหลือ ต้องทำหลัง: 2, 3
ตรงนี้คือจุดที่ต้อง ล้างบทสนทนาแล้วเริ่มใหม่ เพราะแผนเล่าเรื่องตัวเองครบอยู่แล้ว AI ที่เพิ่งเริ่มต้นจะคิดได้คมกว่า AI ที่คุยมาสามชั่วโมง
# ล้างบทสนทนาก่อน /clear # แล้วชี้ไฟล์แผนให้มัน /superpowers:executing-plans "docs/superpowers/plans/ 2026-09-22-คลังสินค้า.md" # รอบแรก ต้องแดงก่อน ✗ เพิ่มสินค้าซ้ำรหัสเดิมไม่ได้ Expected 409, received 201 # เขียนโค้ดแล้วรันใหม่ Tests: 6 passed, 0 failed
ขั้นสามเรียกให้เองเป็นระยะ แต่คุณสั่งเองได้ทุกเมื่อ เช่นตอนอยากตรวจงานทั้ง branch ก่อนปิดโมดูล
| แกนที่ตรวจ | ถามว่าอะไร | จับอะไรได้ |
|---|---|---|
| กติกาโปรเจ็ค | เขียนตามแบบแผนของโค้ดชุดนี้ไหม | โค้ดมั่ว ซ้ำซ้อน เสี่ยงพังภายหลัง |
| ตรงสเปก | ตรงกับที่แผนกับสเปกสั่งไว้ไหม | ทำเกิน ทำขาด หรือทำคนละเรื่อง |
คนตรวจเป็น AI คนละตัวที่ไม่เคยฟังบทสนทนานี้ มันจึงไม่เผลอเชื่อเหตุผลที่ตัวเองเพิ่งให้ไปเมื่อกี้ อ่านจากโค้ดกับสเปกอย่างเดียว
# ตรวจงานเทียบกับจุดเริ่มต้น /superpowers:requesting-code-review # ได้รายงานมาแล้วอยากให้แก้ต่อ /superpowers:receiving-code-review
งานที่เขียวแล้วแต่ยังค้างอยู่บนสำเนา ยังไม่นับว่าเสร็จ ขั้นนี้คือเอาของกลับเข้าตัวจริง แล้วเก็บกวาดให้รอบหน้าเริ่มจากที่สะอาด
# ปิดงานเมื่อทุกอย่างเขียวแล้ว /superpowers:finishing-a-development-branch # มันจะถามกลับก่อนรวมของ # รวมเข้าตัวจริงเลย # หรือเปิดใบขอรวมให้คนดูก่อน
brainstorming เหมือนเดิม โดยมีสเปกของโมดูลก่อนหน้านอนอยู่ในโปรเจ็คให้มันอ่านวงจรห้าขั้นเดินด้วยคนหลายคน ไม่ใช่คนเดียว ทีมที่ตั้งมาทำ ERP มาจากทุกแผนก บทนี้ตอบว่าแต่ละขั้นใครลงมือ ใครชี้ขาด และตอนโมดูลคาบเกี่ยวสองแผนกใครเป็นเจ้าของ ถ้าข้อนี้ไม่ชัด ขั้น 01 จะไม่มีวันจบ
ทีมข้ามแผนกไม่ได้แปลว่าทุกคนตัดสินใจเท่ากัน หนึ่งงานมีคนให้ความเห็นได้หลายคน แต่คนชี้ขาดต้องมีคนเดียวเสมอ สี่ช่องนี้คือสิ่งที่ต้องเติมชื่อคนให้ครบก่อนเริ่มโมดูลแรก
Rคนที่นั่งพิมพ์คุยกับ AI จริง ทั้งโมดูลมีคนเดียว ไม่ใช่ทั้งทีมผลัดกันพิมพ์ เพราะบริบทที่คุยค้างไว้จะขาดทันทีที่เปลี่ยนคนAคนที่พูดว่าไปต่อได้ หนึ่งขั้นมีคนเดียวเท่านั้น ถ้าเขียนได้สองชื่อ แปลว่าห้องยังไม่ได้ตกลงกันจริง ไม่ใช่ว่าช่วยกันดูCแผนกที่รับผลจากเอกสารนี้ต่อ ถูกถามก่อนตัดสินเสมอ ทักได้ เสนอได้ แต่ไม่ใช่คนเคาะIคนที่ต้องรู้ว่าของเปลี่ยนแล้ว แต่ไม่ต้องตอบอะไรกลับ ส่งให้อ่านอย่างเดียวพอตารางนี้อ่านทีละแถว แถวละหนึ่งขั้นของวงจร สังเกตว่าคอลัมน์ "ลงมือ" ไม่เปลี่ยนเลยทั้งโครงการ แต่คอลัมน์ "ชี้ขาด" ย้ายคนไปมา นั่นคือจุดที่ทีมมักเข้าใจผิด
| ขั้น | สิ่งที่เกิดขึ้น | ลงมือ R | ชี้ขาด A | ให้ข้อมูล C |
|---|---|---|---|---|
| 01 | คุยให้ตกผลึก ได้ไฟล์สเปก | คนรันงานกับ AI | เจ้าของกระบวนการของโมดูลนี้ | แผนกที่รับเอกสารต่อ |
| 02 | แตกสเปกเป็นแผน | คนรันงานกับ AI | เจ้าของกระบวนการ คนเดิมกับขั้น 01 | ไม่ต้องมี |
| 03 | ลงมือ หยุดให้ตรวจทุกข้อ | คนรันงานกับ AI | เจ้าของกระบวนการ กดใช้จริงทุกข้อ | ไม่ต้องมี |
| 04 | ตรวจงานสองแกน | คนรันงานกับ AI | คนคุมภาพรวมโครงการ | แผนกปลายน้ำ ทักได้ตรงนี้ |
| 05 | ปิดงาน รวมเข้าตัวจริง | คนรันงานกับ AI | คนคุมภาพรวมโครงการ | ทุกแผนกที่ใช้ข้อมูลชุดนี้ |
ใบขอซื้อออกที่จัดซื้อ ของเข้าที่คลัง เงินออกที่บัญชี สามแผนกอ้างความเป็นเจ้าของได้หมด นี่คือที่ที่ ERP พังบ่อยที่สุด สามกฎนี้ตัดจบ
AGENTS.md ตัดสินผิดแล้วแก้ทีหลังยังถูกกว่าค้างไว้ เพราะอย่างน้อยมีที่มาให้ย้อนดูว่าทำไมถึงเลือกแบบนั้นของจริงไม่ได้เดินตรงเสมอ และไม่ได้มีโมดูลเดียว บทนี้รวมอาการติดที่เจอบ่อยที่สุด วิธีต่อโมดูล ERP เข้าหากันโดยไม่ให้ข้อมูลชนกัน วิธีต่อคลังความรู้ของบริษัทเข้ามาใช้ และวิธีทำให้วงจรเดินต่อได้เรื่อย ๆ
ทั้งสามอันนี้ไม่ได้แทนวงจรหลัก แต่เป็นทางอ้อมสั้น ๆ ที่พาคุณกลับเข้าวงจรเดิม
systematic-debuggingใช้กับบั๊กที่ไม่เห็นสาเหตุ หรือพังเป็นบางครั้ง มันจะไม่เดาจนกว่าจะทำให้พังซ้ำได้ก่อนverification-before-completionใช้ตอนรู้สึกว่ามันตอบเร็วเกินไป มันจะถูกบังคับให้รันคำสั่งตรวจจริงแล้วเอาผลมาแปะ ก่อนพูดคำว่าเสร็จreceiving-code-reviewกันสองอาการ รับทุกข้อมาแก้ทั้งที่บางข้อผิด กับปัดทิ้งทั้งที่ควรแก้ มันไล่ตรวจทีละข้อก่อนลงมืออีกสามอันที่ได้ยินชื่อบ่อย แต่ยังไม่ต้องใช้ในโมดูลแรก
using-git-worktreesแยกสำเนาโปรเจ็คไว้ทำหลายเรื่องพร้อมกัน โมดูลแรกยังไม่ต้องใช้subagent-driven-developmentให้ AI หลายตัวเดินตามแผนคนละข้อ เร็วขึ้นแต่ตรวจยากขึ้นwriting-skillsเขียนคู่มือของบริษัทเองเพิ่มในชุด ใช้ตอนเจอเรื่องเดิมครั้งที่สามคนมักคิดเป็นแผนก จัดซื้อ คลัง ขาย บัญชี แต่ละแผนกคือหนึ่งโมดูล และแต่ละใบงานเกิดจากใบก่อนหน้าเสมอ เริ่มจากซ้ายสุดแล้วไล่ไปขวา
ตรงนี้คือจุดที่ระบบทำเองพังบ่อยที่สุด ไม่ใช่เพราะโค้ดผิด แต่เพราะโมดูลใหม่ไม่รู้จักของที่โมดูลเก่าทำไว้
# เริ่มโมดูลถัดไป บอกของเดิมให้ครบ /superpowers:brainstorming "โมดูลขาย ต่อจากคลังที่ทำไว้แล้ว ใช้สินค้าและสต็อกชุดเดิม" # ตรวจทั้ง branch หลังโมดูลใหม่เขียว /superpowers:requesting-code-review
ปัญหาไม่ใช่ว่าวงจรห้าขั้นสั้นไป แต่คือพอเปิดคุยรอบใหม่ AI ไม่รู้ว่ารอบก่อนตกลงอะไรไว้ ทางแก้คือเขียนสิ่งที่ตกลงลงไฟล์ในโปรเจ็ค ไม่ใช่ฝากไว้ในบทสนทนา
AGENTS.md · ศัพท์กลางหนึ่งใบต่อโปรเจ็ค เก็บคำที่บริษัทคุณใช้จริง ว่า ของเสีย ล็อต เบิก แปลว่าอะไรแน่ ไฟล์นี้ถูกอ่านทุกครั้งที่เปิดคุยใหม่ ทุกโมดูลถัดไปจึงใช้คำชุดเดียวกันdocs/specs/ · บันทึกการตัดสินใจหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งโมดูล ขั้น 01 เขียนให้เองและ commit ไว้ เช่นว่าตัดสต็อกตอนของออกจริง และเหตุผล รอบหน้าจะได้ไม่ถูกถามซ้ำ# ตกลงศัพท์หรือกฎใหม่เมื่อไหร่ "จดกฎนี้ลง AGENTS.md ให้หน่อย" # รอบถัดไปเริ่มจากศูนย์ได้เลย /clear /superpowers:brainstorming "โมดูลถัดไป"
brainstorming รอบสั้น ๆ เพื่อจัดลำดับก่อน แล้วค่อยหยิบอันแรกเข้าวงจรห้าขั้นเดิมskill คือคู่มือว่าจะทำงานยังไง ส่วน MCP คือสายที่ต่อ AI ไปหาของที่บริษัทเก็บไว้อยู่แล้ว เช่น SOP ของแต่ละแผนกใน Gemini Notebook คนละหน้าที่กัน และใช้พร้อมกันได้
AGENTS.md หรือไฟล์สเปกใน docs/specs/ ไม่งั้นรอบหน้าต้องไปถามใหม่ และอาจได้คำตอบไม่เหมือนเดิม# ดูว่าในคลังมีเล่มอะไรบ้าง "ลิสต์ notebook ทั้งหมดที่ต่ออยู่" # ถามคลังตรง ๆ ก่อนเริ่มโมดูล "เปิด SOP คลังสินค้า แล้วสรุปว่า ขั้นตอนรับของมีกี่ขั้น ใครเซ็นบ้าง" # ถ้ามันบอกว่าเข้าคลังไม่ได้ nlm login
เปิดเฉพาะเล่มของแผนกที่กำลังทำโมดูลอยู่ แล้วใช้สองจังหวะนี้
# ขั้น 01 · บอกไปเลยว่าให้ใช้เล่มไหน /superpowers:brainstorming "โมดูลคลัง ใช้ SOP คลังสินค้า ใน notebook เป็นข้อมูลตั้งต้น ข้อไหนใน SOP ไม่ชัด ให้ถามผมทีละข้อ" # ขั้น 04 · ทวนหลังตรวจโค้ดเสร็จ /superpowers:requesting-code-review "เทียบกับ SOP คลังสินค้าด้วย ตรงไหนที่ของจริงไม่ตรงกับ SOP"
เลือกมาหนึ่งโมดูลจากแผนที่เมื่อกี้ สมมติว่าเป็นโมดูลคลัง ข้างในนั้นยังมีลำดับอีกชั้น ชั้นล่างต้องเสร็จก่อนชั้นบนเสมอ เพราะชั้นบนอ่านของที่ชั้นล่างสร้างไว้
| ชั้น | คำถามที่ตอบ | ตัวอย่างในโมดูลคลัง | ถ้าข้ามไปทำทีหลัง |
|---|---|---|---|
| 1 | ใครทำอะไรได้บ้าง | หัวหน้าคลังแก้ยอดได้ พนักงานหน้างานบันทึกรับของได้อย่างเดียว | ต้องรื้อทุกหน้าจอทีหลังเพื่อยัดสิทธิ์เข้าไป แพงกว่าทำตั้งแต่แรกหลายเท่า |
| 2 | จะนับอะไร | รายชื่อสินค้า หน่วยนับ ที่เก็บ แค่เพิ่ม แก้ ค้นหาได้ ยังไม่มีตรรกะอะไร | หน้ารับของไม่มีสินค้าให้เลือก ทำต่อไม่ได้เลย |
| 3 | ของเข้าออกยังไง | รับเข้า เบิกออก โอนย้าย นี่คือหัวใจ และเป็นที่อยู่ของกฎธุรกิจคุณ | ข้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ารีบทำก่อนชั้น 2 จะได้ใบที่อ้างสินค้าที่ยังไม่มีจริง |
| 4 | สรุปให้ใครดู | ยอดคงเหลือ ของใกล้หมด ของค้างนาน | ทำก่อนก็ไม่มีข้อมูลให้อ่าน ได้หน้าจอเปล่ามาหนึ่งหน้า |
สี่ชั้นในหน้าที่แล้วคือสิ่งที่ต้องได้ หน้านี้คือสิ่งที่ต้องทำ แบ่งตามเวลาสามช่วง
brainstorming ตอบคำถามให้ตรง แล้วอ่านสเปกที่มันเขียนให้หนึ่งรอบก่อนอนุมัติ ปิดช่วงนี้ด้วย writing-plans ในบทสนทนาเดิม จบแล้วจะได้แผนมาหนึ่งชุด เรียงลำดับไว้แล้ว/clear เพื่อล้างบทสนทนาเก่า แล้ว executing-plans ชี้ไฟล์แผนให้มัน มันจะเดินทีละข้อและหยุดให้เจ้าของกระบวนการตรวจทุกข้อ ตรงไหนไม่ใช่ให้บอกตรงนั้นrequesting-code-review ตรวจทั้งโมดูล สั่งแก้ข้อที่บอกว่าของพังให้หมด แล้วปิดด้วย finishing-a-development-branch ค่อยเริ่มโมดูลถัดไปที่ช่วงตอนเริ่มโมดูลนี้ถือว่าเสร็จเมื่อครบสามข้อนี้ ไม่ใช่เมื่อ AI บอกว่าเสร็จ
เพราะทุกขั้นจบที่คนอนุมัติ ไม่ใช่ที่ AI บอกว่าเสร็จ
หน้าที่ของทีมคือรู้ว่าขั้นนี้ใครเป็นคนเคาะ ตอบคำถามให้ตรง และไม่ปล่อยผ่านสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ